การตรวจสอบภายในมีอะไรมากกว่าที่คิด
การตรวจสอบภายใน
โดยปกติ รายงานเป็นเครื่องมือในการควบคุมและแจ้งผลการปฏิบัติงานอย่างหนึ่ง แต่ทำอย่างไรผู้บริหารจึงจะมั่นใจได้ว่า ผู้ใต้บังคับบัญชาและหน่วยงานในกำกับดูแลปฏิบัติการตามกฎเกณฑ์และนโยบายที่วางไว้อย่างจริงจังและสม่ำเสมอ
คงต้องมี “ผู้ช่วย” ที่มีความสามารถในการตรวจสอบและสอบทานการปฏิบัติงานว่า กำลังดำเนินไปตามแผนงานที่วางไว้หรือไม่ สามารถตรวจสอบว่ากฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับได้รับการปฏิบัติตามหรือไม่ เพื่อให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะในการป้องกันความเสี่ยงที่อาจทำให้การปฏิบัติงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งสามารถตรวจสอบงานอื่น ๆ ที่ผู้บริหารให้ความสนใจเป็นพิเศษ “ผู้ช่วย” คนนั้น คือ “ผู้ตรวจสอบภายใน” นั่นเอง
การตรวจสอบภายใน หมายถึง กิจกรรมการให้หลักประกันอย่างเที่ยงธรรม และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นอิสระ ซึ่งจัดให้มีขึ้นเพื่อเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานขององค์กรให้ดีขึ้น การตรวจสอบภายในช่วยให้องค์กรบรรลุถึงเป้าหมายที่วางไว้ ด้วยการประเมินและปรับปรุงประสิทธิภาพของกระบวนการบริหารความเสี่ยง การควบคุมและการกำกับดูแลอย่างเป็นระบบและเป็นระเบียบ (ที่มา : The Institute of Internal Auditors : IIA)
การตรวจสอบภายในจำแนกเป็นประเภทใหญ่ ได้แก่
- การตรวจสอบทางการเงิน (Financial Auditing) เป็นการตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลและตัวเลขต่าง ๆ ทาง การเงิน การบัญชี และรายงานทางการเงิน โดยครอบคลุมถึงการดูแลป้องกันทรัพย์สิน และประเมินความเพียงพอของระบบการควบคุมภายในของระบบงานต่าง ๆ ว่ามีเพียงพอที่จะมั่นใจได้ว่าข้อมูลที่บันทึกในบัญชี รายงาน ทะเบียน และเอกสารต่าง ๆ ถูกต้อง และสามารถสอบทานได้ หรือเพียงพอ ที่จะป้องกันการรั่วไหล สูญหายของทรัพย์สินต่าง ๆ ได้
- การตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนด (Compliance Auditing) เป็นการตรวจสอบการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามนโยบาย กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง
- การตรวจสอบการดำเนินงาน (Performance Auditing) เป็นการตรวจสอบผลการดำเนินงานตามแผนงาน งาน และโครงการต่าง ๆ ของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย หรือมาตรฐานที่กำหนดอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุ้มค่า โดยมีผลผลิตและผลลัพธ์เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย ซึ่งวัดจากตัวชี้วัดที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเพียงพอและความมีประสิทธิภาพของกิจกรรมการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในของส่วนราชการ
- การตรวจสอบเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology Auditing) เป็นการพิสูจน์ความถูกต้องและเชื่อถือได้ของระบบงาน และข้อมูลที่ได้จากการประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ รวมทั้งระบบการเข้าถึงข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข และการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
- การตรวจสอบการบริหาร (Management Auditing) เป็นการตรวจสอบการบริหารงานด้านต่าง ๆ ของส่วนราชการ ว่ามีระบบการ บริหารจัดการเกี่ยวกับการวางแผน การควบคุม การประเมินผล การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน การบริหารพัสดุและ ทรัพย์สิน รวมทั้งการบริหารงานด้านต่าง ๆ ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับภารกิจของส่วนราชการ ให้เป็นไปตามหลักการบริหารงานและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Governance) ในเรื่องความเชื่อถือได้ ความรับผิดชอบ ความเป็นธรรม และความโปร่งใส
- การตรวจสอบพิเศษ (Special Auditing) เป็นการตรวจสอบในกรณีที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหาร หรือกรณีมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริต ผิดกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระทำที่ส่อไปในทางทุจริตหรือประพฤติมิชอบเกิดขึ้น เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นประกอบการพิจารณาดำเนินการของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงต่อไป
ความสำคัญของการตรวจสอบภายใน
การตรวจสอบภายในมีความสำคัญอย่างมากในการเป็นเครื่องมือทางการบริหาร และส่งเสริมการปฏิบัติงานในองค์กรให้บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการให้บริการเป็นหลักประกันความเชื่อมั่นจากการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความคุ้มค่าของกระบวนการปฏิบัติงาน การให้คำปรึกษา และนำเสนอรายงาน เพื่อก่อให้เกิดกิจกรรมการเพิ่มมูลค่าและความสำเร็จแก่องค์กร ได้แก่
- ส่งเสริมให้เกิดกระบวนการกำกับดูแลที่ดี (Good Governance) และความโปร่งใสในการปฏิบัติงาน (Transparency)
- ส่งเสริมให้เกิดการบันทึกบัญชีและรายงานตามหน้าที่ ความรับผิดชอบ (Accountability and Responsibility)
- ส่งเสริมให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของการปฏิบัติงาน (Efficiency and Effectiveness of Performance)
- เป็นมาตรการถ่วงดุลแห่งอำนาจ (Check and Balance) ส่งเสริมให้การจัดสรรการใช้ทรัพยากรขององค์กรเป็นไปอย่างเหมาะสมตามลำดับความสำคัญ เพื่อให้ได้ผลงานที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร
- ให้สัญญาณเตือนภัยล่วงหน้า (Warning Signals) ของการประพฤติไม่ชอบหรือการทุจริตในองค์กร ลดโอกาสความร้ายแรงและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งเพิ่มโอกาสของความสำเร็จของงาน
ที่มา : เอกสารเผยแพร่และแนะนำ โดยกลุ่มมาตรฐานด้านการตรวจสอบภายใน กรมบัญชีกลาง
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
เงินปันผล
การจ่ายเงินปันผล
Q&A สภาวิชาชีพบัญชี
การจ่ายเงินปันผล :
กรณีการจ่ายเงินปันผลของบริษัทฯ
บริษัทฯ มีผลขาดทุนสะสมยกมาต้นปี 58 เป็นจำนวนเงิน 100 บาท
ปี 58 มีผลกำไรสุทธิหลังภาษี เป็นจำนวนเงิน 1,000 บาท
สิ้นปี 58 บริษัท มีผลกำไรสะสมยกไป เป็นจำนวนเงิน 900 บาท
กรณีดังกล่าว จะสามารถจ่ายเงินปันผลได้สูงสุดเท่าใด และการกันเงินกำไรสะสม สำรองตามกฎหมายไม่น้อยกว่า 5% จากยอดกำไรสุทธิ ปี 58 หรือ จากยอดกำไรสะสม ณ วันสิ้นปี58 (เนื่องจากผลประกอบการสะสมที่ผ่านมาเป็นขาดทุนสะสม)
กรณีที่กันเงินสำรองตามกฎหมายจากกำไรสุทธิในปีที่จ่ายเงินปันผล ไว้ไม่น้อยกว่า 5% สะสมไว้ จนเงินสำรองตามกฎหมายถึง 10% ของทุนจดทะเบียน หรือของทุนรับชำระแล้ว
(คำถามประจำเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2559)
ตามที่ท่านถามมาน่าจะเป็นการจ่ายปันผลของบริษัทจำกัดใช่หรือไม่
ถ้าใช่ ให้เป็นไปตามมาตรา 1200-1205 ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
โดยตามมาตรา 1201 ห้ามมิให้ประกาศอนุญาตเงินปันผล นอกจากโดยมติของที่ประชุมใหญ่ กรรมการอาจจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น ได้เป็นครั้งเป็นคราว
ในเมื่อปรากฏแก่กรรมการว่าบริษัทมีกำไรสมควรพอที่จะทำเช่นนั้น
ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจากเงินประเภทอื่นนอกจากเงินกำไร ถ้าหากบริษัทขาดทุน ห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุนเช่นนั้น
มาตรา 1202 ทุกคราวที่แจกเงินปันผล บริษัทต้องจัดสรรเงินไว้เป็นทุน สำรองอย่างน้อยหนึ่งในยี่สิบส่วนของจำนวนผลกำไร ซึ่งบริษัททำมาหาได้จาก กิจการของบริษัท จนกว่าทุนสำรองนั้นจะมีจำนวนถึงหนึ่งในสิบของจำนวนทุน ของบริษัทหรือมากกว่านั้น แล้วแต่จะได้
ตกลงกำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัท (ที่มา : ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์)
ดังนั้น จากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในมาตราดังกล่าว ให้จ่ายเงินปันผลได้เฉพาะส่วนของกำไรเท่านั้น คือ 900 บาท เนื่องจากห้ามมิให้จ่ายเงินปันผลจนกว่าจะได้แก้ไขให้หายขาดทุน และการกันสำรองให้กันจากเฉพาะส่วนของกำไรที่ทำมาหาได้สุทธิจากขาดทุนสะสม คือไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของเงิน 900 บาท ที่จะประกาศจ่ายปันผล (กันมากกว่าได้)และเพดานของสำรองตามกฎหมายคำนวณจากทุนของบริษัท ซึ่งทุนของบริษัทตามประมวลฯที่เป็นที่เข้าใจกันคือทุนที่ไปจดทะเบียนกับนายทะเบียน เพราะเรื่องของการเรียกชำระเป็นเรื่องของบริษัทแต่ละบริษัท
ทั้งนี้ขอให้ท่านปรึกษาผู้สอบบัญชีของบริษัทอีกครั้งเนื่องจากได้รับข้อมูลและเอกสารหลักฐานที่ชัดเจนกว่า และผู้สอบบัญชีเป็นผู้ที่เข้าใจในธุรกิจของท่าน
ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
การเตรียมความพร้อมด้าน Internal Audit กับ AEC

การเตรียมความพร้อมด้าน Internal audit กับ AEC
1. Business Insight : ผู้ตรวจสอบภายในต้องเข้าใจธุรกิจเป็นอย่างดี นา Risk & Control มาสร้างความแข็งแร่งให้แก่ธุรกิจ
2. แผนการตรวจสอบภายในจัดทาตามแนวความเสี่ยง และต้อง Dynamic :สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตาม Business และความคิดหวังของ Audit Committee, Board, ผู้บริหาร และผู้มีส่วนได้เสีย
3. ยกระดับการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในตามมาตรฐานสากล :โดยจัดให้มีการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายใน (Quality Assessment Review : QAR) ทุก 5 ปี เพื่อนามาพัฒนาและปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง และให้ทัดเทียม ASEAN
(ธ.ค.53 สานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ได้กาหนดเป็นแนวปฏิบัติที่ดีสาหรับบริษัทจดทะเบียน ให้มีการประเมินคุณภาพงานตรวจสอบภายในโดยผู้ประเมินอิสระจากภายนอกอย่างน้อยทุก ๆ 5 ปี)
4. ผู้ตรวจสอบภายในต้องพัฒนา Skill ทั้ง Technical skill และ Soft skill : ให้สอดรับกับ Focus area ที่เปลี่ยนแปลง เช่น ทักษะด้าน IT, BCP, GRC และ Sustainability ใช้ Audit tools เป็นเครื่องมือในการทา Continuous auditing และควรได้รับประกาศนียบัตรเฉพาะด้าน เช่น CIA หรือ CISA
5. ผู้ตรวจสอบภายใน ต้องเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อสามารถแข่งขันกับผู้ตรวจสอบภายในอื่นใน ASEAN และสร้างโอกาสในการปฏิบัติงานตรวจสอบกับกิจการในประเทศกลุ่ม ASEAN เนื่องจาก AEC มีมาตรฐานแจ้งว่าจะใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง
6. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี : ผู้ตรวจสอบภายในจะต้องพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ ในการตรวจสอบ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานฯ
7. วัฒนธรรมองค์กร : เมื่อเข้าสู่ AEC แล้ว ผู้ตรวจสอบภายในอาจต้องมีการติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของแต่ละประเทศ ส่งผลให้ผู้ตรวจสอบภายในจะต้องมีความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรของแต่ละแห่งด้วย เพื่อให้การติดต่อประสานงานเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
8. การปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง : ผู้ตรวจสอบภายใจจะต้องรอบรู้ข่าวสารและทันโลก ทาความเข้าใจปัจจัย/สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วทั้งจากภายในและภายนอก เพื่อสามารถตรวจสอบให้ตรงประเด็นสามารถเป็นหน่วยงานสนับสนุนที่มีประสิทธิภาพ และเพิ่มมูลค่าให้แก่องค์กร รวมทั้งสามารถให้ข้อเสนอแนะแก่ผู้บริหารในบทบาทด้านงานให้คาปรึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ที่มา : กลุ่มตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET GROUP) และ จุลสารตรวจสอบภายในของกรมบัญชีกลาง
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
ตรวจสุขภาพทางการเงินง่ายๆ ด้วยตนเอง

ตรวจสุขภาพทางการเงินง่ายๆ ด้วยตนเอง
มีหลายคนคงที่มีความรู้สึกไม่พอใจกับการจัดการเรื่องเงินๆ ทองๆ ของตัวเองเท่าไรนัก บางคนทำตามที่วางแผนไว้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ในขณะที่บางคนทำตามที่วางแผนไว้ไม่ได้เลย หรือแม้กระทั่งบางคนก็ไม่ได้วางแผนอะไรไว้ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งทางการเงิน เช่นเดียวกับร่างกายสมส่วนและแข็งแรง เราจึงควรตรวจสุขภาพทางการเงินของเราอย่างสม่ำเสมอ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสที่ดี เราขอนำเสนอ 4 ขั้นตอนต่อไปนี้ให้ทุกท่านทดลองนำไปใช้กัน
- ตรวจเช็กสถานะทางการเงินของตัวเอง
ให้เริ่มจัดทำงบการเงินของตนเอง โดยพิจารณาว่าในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา เรามีทรัพย์สินอะไรบ้าง มีสมุดบัญชีเงินฝากธนาคารกี่เล่ม มีกองทุน (LTF กับ RMF) ที่ซื้อไว้กี่ตัว รวมกันแล้วเป็นจำนวนเท่าไร จากนั้นก็มารวบรวมจำนวนหนี้สินที่มี เช่น การผ่อนชำระค่าบ้าน ผ่อนชำระค่าคอนโด หรือ ผ่อนชำระค่างวดรถยนต์ เป็นต้น บางคนอาจมีหนี้สินเยอะ ในขณะที่มีทรัพย์สินจำนวนน้อยก็ไม่เป็นไร หรืออาจจะมีหนี้ที่ไม่ดีเริ่มแสดงอาการให้ได้รู้ ให้ได้เห็น เราก็จะได้รีบจัดการให้เหลือแต่หนี้ที่ดี ซึ่งโดยปกติสัดส่วนหนี้ไม่ควรมีเกินร้อยละ 50 ของทรัพย์สินรวมทั้งหมด ขอเพียงให้เราสามารถรู้เกี่ยวกับสถานะการเงินของตัวเองตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องที่ดี เป็นการช่วยตรวจสอบตัวเอง ทำให้เราบริหารได้ถูกว่าจะทำอย่างไรให้ทรัพย์สินมีจำนวนเพิ่มขึ้น หรือ จะทำอย่างไรให้หนี้สินลดลง และยังสามารถแจกแจงรายละเอียดต่างๆ ของทรัพย์สินให้แก่สมาชิกในครอบครัวได้ด้วยหากตัวเราเป็นอะไรไปแบบกะทันหัน
- จัดทำแผนการใช้เงิน
คนส่วนใหญ่มักบอกว่าชีวิตต้องใช้ให้มันสมดุล อย่าขี้เหนียวจนเกินไปหรืออย่าประหยัดจนตัวเองต้องเดือนร้อน แต่ถ้าหากเราไม่มีการวางแผนทางการเงินแล้วมีเหตุต้องใช้เงินขึ้นมา ยกตัวอย่าง เช่น วันหนึ่งเกิดอยากเพิ่มพูนความรู้ด้วยการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท หรือ อยากหาประสบการณ์แปลกใหม่ให้กับชีวิตของตัวเองด้วยการท่องโลกต่างแดน ก็อาจจะเกิดความหนักใจขึ้นมาได้ ดังนั้น เราควรวางแผนและช่วงเวลาทำกิจกรรมพิเศษเหล่านี้ตั้งแต่ต้นปี
โดยค้นหาข้อมูลและตัวเลขค่าใช้จ่ายต่างๆ ให้พร้อม เพื่อตรวจดูทรัพย์สินที่มีว่ารองรับกับตัวเลขค่าใช้จ่ายเหล่านั้นได้อย่างเพียงพอหรือไม่ ถ้าไม่พอก็ต้องวางแผนหารายได้เพิ่มหรือวางแผนการจัดการให้รัดกุมขึ้น
- คิดวางแผนทางภาษีตั้งแต่ต้นปี
โดยปกติ ท่านที่เป็นมนุษย์เงินเดือน มักจะคาดเดาตัวเลขของรายได้ตัวเองตลอดทั้งปีได้ค่อนข้างแม่นยำ ดังนั้น ใครที่มีตัวเลขรายได้เข้าเกณฑ์ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงควรเตรียมตัวไว้ให้พร้อม เริ่มตั้งแต่เช็กค่าลดหย่อนส่วนตัวเอาไว้ ถ้ามีความจำเป็นที่ต้องซื้ออะไรก็ตามเพื่อลดหย่อนเพิ่มอย่างเช่น LTF หรือ RMF เป็นต้น ก็อาจใช้วิธีทยอยซื้อทุกเดือนด้วยการตัดบัญชีอัตโนมัติเพื่อเฉลี่ยความเสี่ยงออกไปและไม่เป็นภาระการเงินแก่ตัวเองในช่วงปลายปี รวมถึงการวางแผนซื้อประกันชีวิตสำหรับลดหย่อนภาษีด้วย อีกเรื่องคือการจัดเก็บเอกสารหลักฐานของภาษีต่างๆ ให้เป็นระบบ สำหรับผู้ที่มีรายได้มากกว่าหนึ่งแหล่ง คือ มีทั้งรายได้ประจำจากการเป็นพนักงานประจำและรายได้เสริมจากการประอบอาชีพรับจ้างอิสระ จะต้องบันทึกให้ดีว่าในช่วงเวลาหนึ่งปีมีการรับจ้างทำงานที่ไหนบ้าง โดนหักภาษีไปจำนวนเท่าไร และได้รับเอกสารหนังสือภาษีหัก ณ ที่จ่ายครบถ้วนแล้วหรือไม่ เพื่อไม่ให้เกิดการตกหล่นในช่วงปลายปี
- ตรวจข้อมูลบัตรเครดิต
สำหรับคนที่มีหนี้สินหรือกู้ยืมเงินเพื่อการลงทุนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย หรือ การท่องเที่ยว และอื่นๆ นั้นควรจะไปตรวจสอบข้อมูลไว้บ้าง เพราะระบบข้อมูลมันอาจมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะข้อมูลที่บอกว่าเราผิดนัดชำระ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางการเงินของเราในอนาคตได้ ดังนั้น หากพบเมื่อไรก็ควรเอาเอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการเคลียร์กับธนาคารให้เรียบร้อยโดยเร็ว หรือ ในบางคนอาจบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นหนี้ แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลอาจจะพบว่ามีหนี้อยู่ในระบบก็เป็นได้ เพราะฉะนั้น ควรจะตรวจเช็กให้ดี ซึ่งวิธีการขอตรวจสอบข้อมูลของตัวเองนั้นก็ไม่ยุ่งยาก เพียงแค่นำบัตรประชาชนไปขอตรวจเช็กกับธนาคารที่ใช้บริการอยู่เท่านั้นเอง
เพื่อให้ทุกคนดำเนินชีวิตบนความไม่ประมาท เราจึงควรตรวจสุขภาพทางการเงินของตนเองอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยปีละ 1 – 2 ครั้ง หากมีอะไรผิดปกติ หรือ ส่งสัญญาณแปลก เราจะได้หาวิธีแก้ไขได้อย่างทันเวลา
ขอบคุณแหล่งข้อมูล : www.themomentum.co.th และ www.stock2morrow.com
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
มาตรฐานการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน
มาตรฐานการบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน
Q&A สภาวิชาชีพบัญชี
การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน :
บริษัทออกใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) โดยมีราคาตามมูลค่า (Par Value) เท่ากับ 1.0 บาท/หน่วย ต่อมาใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) มีการปรับลดสิทธิตามเงื่อนไข เหลือ 0.98 บาท/หน่วย และในเดือนธันวาคม ผู้ถือหุ้นจ่ายชำระใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นทุน (Warrant) ตามราคาที่ปรับลดคือ 0.98 บาท/หน่วย
เมื่อรับชำระทุนเรียบร้อยแล้วได้นำไปจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ไม่ยินยอมให้จดทะเบียนในราคา 0.98 บาท ดังนั้น จึงทำให้กรรมการต้องนำเงินส่วนตัวชำระเพิ่มเข้าไป เพื่อให้การรับชำระทุนจดทะเบียนเท่ากับราคาตามมูลค่า (Par Value) และเพื่อให้ธนาคารออกหนังสือรับรองเท่ากับราคาตามมูลค่า (Par Value) ด้วย
การบันทึกบัญชีถ้าจะบันทึกบัญชี โดย
Dr. เงินฝาก 1.00 ( รับชำระจากนักลงทุน 0.98 + เงินกรรมการ 0.02)
ส่วนต่ำจากการจำหน่ายหุ้นสามัญ 0.02
Cr. หุ้นสามัญ 1.00
เจ้าหนี้เงินกรรมการ 0.02
การบันทึกบัญชีแบบนี้ถูกต้องหรือไม่ และจะขัดกับข้อกำหนดต่างๆ ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกหนังสือรับรองว่าจดทะเบียน เท่ากับ 1.0 บาท หรือไม่
(คำถามเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2560)
ในกรณีของบริษัทจำกัดจะต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1105 ซึ่งกล่าวว่า
“อันหุ้นนั้น ท่านห้ามมิให้ออกโดยต่ำไปกว่ามูลค่าของหุ้นที่ตั้งไว้”
ดังน้ัน ขอให้ท่านตรวจสอบอีกครั้ง ว่ารายการที่เกี่ยวกับส่วนของผู้ถือหุ้นดังกล่าวสามารถกระทำได้หรือไม่ โดยสอบถามฝ่ายกฎหมาย และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หากไม่สามารถกระทำได้
ต้องถือว่าบริษัทได้รับชำระเงินตามมูลค่าหุ้น (Par Value) (หรืออาจสูงกว่าตามแต่ที่จะตกลงกัน)และรับรู้เงินส่วนนั้นในส่วนของเจ้าของ ตามปกติ (หรือหากสามารถกระทำได้ตามกฎหมายอื่น เช่นกรณี บริษัทจดทะเบียนเป็นบริษัทมหาชน ขอให้ท่านปฏิบัติตามกฎหมายอื่นและบันทึกรายการทางบัญชีตามเนื้อหาสาระของรายการ)
สำหรับเงินส่วนที่ออกแทนกันโดยผู้ถือหุ้น (0.02 บาท) ถือเป็นส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัท เนื่องจากบริษัทต้องได้รับเงินเต็มมูลค่าหุ้นตามที่กฎหมายกำหนด ดังนั้น บริษัทจึงไม่มีภาระในส่วนดังกล่าวและผู้ถือหุ้นแต่ละรายมีหน้าที่ต้องไปจ่ายชำระกันเอง
ทั้งนี้ ขอให้ท่านปรึกษาผู้สอบบัญชี รวมถึงสอบถามไปยังกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์อีกครั้ง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับกิจการของท่านมากกว่าเพื่อให้กิจการสามารถปฏิบัติได้ทั้งตามกฎหมายและหลักการบัญชีที่ถูกต้อง
ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
มาตรฐานการบัญชีเรื่องการรับรู้รายได้
Q&A สภาวิชาชีพบัญชี
รายได้ : มาตรฐานการบัญชีเกี่ยวกับการรับรู้รายได้
กิจการดำเนินธุรกิจให้โฆษณาในระบบดิจิตอลมีเดีย (LED) ซึ่งกิจการได้ทำสัญญาแลกเปลี่ยนโฆษณา (Barter) กับลูกค้าของกิจการ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
- ตกลงทำสัญญาแลกเปลี่ยนการให้บริการโฆษณา (LED) กับ Content ข่าวสารต่างๆ หรือสาระบันเทิงอื่นๆ กับกิจการแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์ในการแลกเปลี่ยน เพื่อสร้างสีสัน และการดึงดูความสนใจให้ลูกค้าหันมาใช้บริการโฆษณา โดยมิได้วัดมูลค่ายุติธรรมของ Content ข่าวไว้ เนื่องจากไม่สามารถวัดมูลค่าได้
- ตกลงทำสัญญาแลกเปลี่ยนการให้บริการโฆษณา (LED) กับบัตรชมการแสดงที่โรงละคร และตั๋วหนังภาพยนตร์กับกิจการแห่งหนึ่ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำบัตรชมการแสดง และตั๋วหนังไปจัดโปรโมชั่นสมนาคุณลูกค้ารายอื่น โดยวัตถุมูลค่าของบัตรเทียบเคียงกับราคาตลาด
จากเหตุการณ์ดังกล่าวข้างต้นกิจการจะต้องรับรู้รายได้ทางบัญชีหรือไม่ และจะต้องปฏิบัติอย่างไร รวมถึงนำเสนอข้อมูลในงบการเงินอย่างไร จึงจะถูกต้องตามมาตรฐานรายงานทางการเงิน (กิจการเลือกใช้มาตรฐานชุดใหญ่ หรือมาตรฐานสำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ)
(คำถามเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2561)
ในกรณีที่กิจการใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน(สำหรับกิจการที่มีส่วนได้เสียสาธารณะ) กิจการต้องอ้างอิงการรับรู้รายได้สำหรับรายการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับบริการโฆษณา ตามการตีความมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 31 เรื่อง รายได้-รายการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับบริการโฆษณา ในย่อหน้าที่ 3 และ 5 ดังนี้
3. ผู้ขายที่ให้บริการโฆษณาเป็นการค้าปกติ จะรับรู้รายได้จากรายการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับโฆษณา ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 (ปรับปรุง 2560) เรื่อง รายได้ เมื่อบริการที่แลกเปลี่ยนมีความแตกต่างกัน (อ้างอิงย่อหน้าที่ 12 ของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 (ปรับปรุง 2560) เรื่อง รายได้) และจำนวนเงินของรายได้สามารถวัดได้อย่างน่าเชื่อถือ (อ้างอิงย่อหน้าที่ 20.1 ของมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 (ปรับปรุง 2560) เรื่อง รายได้) การตีความมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้จะนำมาใช้ก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนบริการโฆษณาที่มีลักษณะแตกต่างกัน การแลกเปลี่ยนบริการโฆษณาที่เหมือนกันไม่ถือว่ารายการแลกเปลี่ยนนั้นก่อให้เกิดรายได้ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 18 (ปรับปรุง 2560) เรื่อง รายได้
5. รายได้จากการแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการโฆษณาไม่สามารถวัดมูลค่าได้อย่างน่าเชื่อถือโดยใช้มูลค่ายุติธรรมของบริการโฆษณาที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม ผู้ขายสามารถวัดมูลค่าของรายได้ได้อย่างน่าเชื่อถือโดยใช้มูลค่ายุติธรรมของบริการโฆษณาที่ให้ในรายการแลกเปลี่ยน โดยอ้างอิงกับรายการที่มิได้มีรายการแลกเปลี่ยนซึ่ง
5.1 เป็นการโฆษณาซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการโฆษณาที่มีรายการแลกเปลี่ยน
5.2 เกิดขึ้นบ่อย
5.3 แสดงถึงรายการที่มีจำนวนและยอดเงินที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากเมื่อเทียบกับรายการทุกรายการที่ได้ให้บริการโฆษณาที่คล้ายกับการโฆษณาที่ให้ในรายการแลกเปลี่ยน
5.4 เกี่ยวข้องกับเงินสด และ/หรือ รูปแบบอื่นของสิ่งตอบแทน (เช่น หลักทรัพย์ในความต้องการของตลาด สินทรัพย์ที่ไม่ใช่ตัวเงิน และบริการอื่นๆ) ซึ่งวัดมูลค่ายุติธรรมได้อย่างน่าเชื่อถือ และ
5.5 ไม่เกี่ยวกับกิจการคู่ค้ารายเดียวกับที่มีรายการแลกเปลี่ยน
ดังนั้น กิจการต้องพิจารณาตามย่อหน้าดังกล่าวและรับรู้รายการตามข้อเท็จจริงและเนื้อหาเชิงเศรษฐกิจของรายการ
อนึ่ง ในปี 2562 เป็นต้นไป การตีความมาตรฐานฉบับที่ 31 ดังกล่าวจะถูกยกเลิก และใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 15 แทน ดังนั้นกิจการต้องรับรู้รายได้จากรายการแลกเปลี่ยนดังกล่าวโดยอ้างอิง มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 15 เรื่อง รายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า
ทั้งนี้ขอให้ท่านศึกษาข้อเท็จจริงและเนื้อหาของรายการและศึกษามาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปอย่างเหมาะสม
ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
มาตรฐานบัญชีเรื่องสินทรัพย์

มาตรฐานบัญชีเรื่องสินทรัพย์
Q&A สภาวิชาชีพบัญชี
ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ : มาตรฐานบัญชีเกี่ยวกับสินทรัพย์
เนื่องด้วยบริษัทได้จัดสร้างตึกและรับรู้เป็นสินทรัพย์ 1 ชิ้นคืออาคาร เมื่อใช้มาเป็นระยะเวลาประมาณ 10 ปี ได้มีบางส่วนเสียหายต้องทำการซ่อมแซม ซึ่งเป็นจำนวนเงินค่อนข้างสูงประมาณ 4-5 ล้านบาท
ขอเรียนปรึกษาเกี่ยวกับการบันทึกบัญชีว่า สามารถบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายซ่อมแซมได้หรือไม่ หรือมีแนวทางการบันทึกบัญชีอย่างไรให้ถูกต้องตามมาตรฐานการบัญชี
(คำถามเดือนธันวาคม 2560 – มกราคม 2561)
ในกรณีที่มีรายจ่ายเกี่ยวกับสินทรัพย์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง เช่น ค่าซ่อมแซม มีการเขียนไว้ในมาตรฐานการบัญชี โดยท่านต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 16 เรื่อง ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ย่อหน้าที่ 12-14 หรือ มาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ ย่อหน้าที่ 131-133 และท่านต้องพิจารณาเนื้อหาก่อนว่า ค่าซ่อมแซมดังกล่าวควรรับรู้เป็นสินทรัพย์หรือรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามเงื่อนไขในมาตรฐานการบัญชีดังกล่าวหรือไม่
ทั้งนี้ขอให้ท่านศึกษาข้อเท็จจริงและเนื้อหาของรายการที่เกิดขึ้นและศึกษามาตรฐานการรายงานทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าวเพื่อให้การจัดทำรายงานทางการเงินเป็นไปอย่างเหมาะสม
ข้อมูลจากสภาวิชาชีพบัญชี
AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO
- Published in Knowledge
คุณค่างานตรวจสอบภายใน

คุณค่างานตรวจสอบภายใน
การดำเนินการธุรกิจหรือองค์กรต่างๆ นั้นมีความเสี่ยงควบคู่กันอยู่เสมอ ดังนั้นจึงมีการคิดค้นกระบวนการหนึ่งขึ้นเพื่อป้องกันความเสี่ยงและสร้างเสริมกิจกรรมที่สามารถเพิ่มมูลค่าแก่องค์กร(Add Value) นั่นคือ การตรวจสอบภายใน หมายถึง กิจกรรมให้ความเชื่อมั่น(Assurance Service) และ กิจกรรมการให้คำปรึกษา(Consulting Service) อย่างมีความเป็นอิสระ ซึ่งเป็นหลักประกัน เพื่อให้องค์กรมั่นใจได้ว่าจะสามารถดำเนินงานได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร หน้าที่นี้โดยส่วนใหญ่มักจะใช้บริการตรวจสอบภายในจากผู้ตรวจสอบภายใน หรือออดิทมืออาชีพ เพราะการใช้บริการจากผู้รับตรวจสอบภายในมืออาชีพเราสามารถมั่นใจได้ในความสามารถและประสบการณ์ที่จะมาช่วยประเมินคุณค่าให้แก่องค์กรของเรา รวมถึงสามารถจัดระบบระเบียบเกี่ยวกับการกำกับดูแลภ
- Published in Knowledge
การเป็นผู้ตรวจสอบภายใน CIA

เส้นทางอาชีพเด็กบัญชี “สู่การเป็นผู้ตรวจสอบภายใน CIA”
- Published in Knowledge
เส้นทางสู่การเป็นผู้ตรวจสอบภายใน CIA

เส้นทางอาชีพเด็กบัญชี “สู่การเป็นผู้ตรวจสอบภายใน CIA”
- Published in Knowledge

