รับวางระบบบัญชี,รับวางระบบบริษัท IPO เข้าตลาดหลักทรัพย์,บริการตรวจสอบทุจริต

  • Home
  • About Us
  • Service
  • Customer
  • Knowledge
  • Contact US
  • Home
  • Articles posted by amt admin
  • (
  • Page 3
  • )
May 23, 2026

Author: amt admin

เปิดบริษัทต้องวางระบบบัญชีให้ดี

Friday, 03 April 2026 by amt admin

สำหนับใครก็ตามที่กำลังจะเปิดบริษัท สำนักงาน หรือห้างหุ้นส่วนใดๆ ก็ตามนั้น ก็อาจจะหารายละเอียดต่างๆ กันน่าดู ทั้งนั้นก็เพราะว่ามันต้องไปเกี่ยวกับเรื่องของกฎหมายต่างๆ ด้วยนั่นเอง และแน่นอนว่าการประกอบอาชีพใดๆ ก็ตามนั้นก็ต้องมีเรื่องของรายรับและรายจ่ายมีเรื่องของเงินเข้ามาเกี่ยวข้อง ฉะนั้นแล้วมันจึงไปเกี่ยวกับเรื่องของภาษีต่างๆ ด้วยนั่นเอง ซึ่งการมีรายได้เฉพาะบุคคลกับการมีรายได้ของนิติบุคคลนั้นถ้าหากว่ามีรายได้สุทธิเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายนั้นก็จำเป็นที่จะต้องเสียภาษีให้แก่รัฐ

ซึ่งบริษัท สำนักงาน หรือห้างหุ้นใดๆ ก็ตามที่กำลังจะก่อตั้งหรือเพิ่งก่อตั้งนั้นก็จำเป็นที่จะต้องวางเรื่องระบบบัญชีให้ดี และถ้าใครที่ยังไม่มีพนักงานในด้านนี้นั้นก็อาจจะจ้างบริษัทที่ รับ วาง ระบบ บัญชี ก็ได้ ซึ่งบริษัทต่างๆ ที่ รับ วาง ระบบ บัญชี นั้นเขาก็จะวางโปรแกรมต่างๆ เกี่ยวกับการคำนวณรายรับ รายจ่าย การคำนวณตัวเลขที่ต้องเสียภาษี ตรวจสอบบัญชี รวมถึงการปิดงบการเงินต่างๆ ให้กับเรา ฉะนั้นแล้วหากใครที่คิดจะเปิดบริษัทแต่ยังไม่มีระบบการทำบัญชีที่ดีนั้นก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะในปัจจุบันนั้นมีบริษัทที่ รับ วาง ระบบ บัญชี มากมาย

ต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็ต้องเลือกบริษัทที่่มีความมั่นคง มีความน่าเชื่อถือด้วย ซึ่งเราอาจจะหาข้อมูลรีวิวต่างๆ ก่อนที่จะจ้างบริษัทใดๆ ก่อนก็ได้เพื่อความมั่นใจว่าบริษัทที่ รับ วาง ระบบ บัญชี ให้กับเรานั้นมีการทำงานที่เป็นมืออาชีพมีคุณภาพได้มาตรฐาน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วมันอาจจะส่งผลต่อตัวเลขต่างๆ ในบัญชีงบการเงินของเรานั่นเอง

 

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

ปิดงบบัญชี สำคัญไฉนมาดูกัน

Friday, 03 April 2026 by amt admin

สำหรับใครก็ตามที่ยังสงสัยว่าทำไมผู้ที่เพิ่งเปิดบริษัทใหม่เล็กๆ ในลักษณะกิจการครอบครัวหากไม่มีผู้ที่ทำบัญชีงบการเงินต่างๆ นั้นเราจะเห็นได้ว่าเขามักจะไปจ้างกลุ่มบริษัทหรือสำนักงานบัญชีที่ รับ ปิด งบ บัญชี กัน ซึ่งหลายๆ คนภายนอกนั้นก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องจ้างสำนักงานหรือผู้ที่ รับ ปิด งบ บัญชี กันด้วย ฉะนั้นในวันนี้เราจะมาบอกเหตุผลในเบื้องต้นกัน

  1. เพราะเราต้องทำการยื่นเสียภาษีนั่นเอง แน่นอนว่านี่เป็นเหตุผลแรกเพราะด้วยมันเป็นหน้าที่ตามกฎหมายที่ผู้มีรายได้หรือนิติบบุคคลที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ต้องเสียภาษีนั้นต้องทำการเสียภาษี และสำหรับนิติบุคคลนั้นก็จะต้องจัดทำงบการเงินส่งหน่วยงานราชการ ฉะนั้นหากยังไม่มีพนักงานในด้านนี้ก็จำเป็นที่จะต้องไปจ้างสำนักงานหรือผู้ที่ รับ ปิด งบ บัญชี นั่นเอง
  2. แน่นอนว่าเราย่อมต้องการที่ตัวเลขรายได้และรายจ่ายต่างๆ ที่เราได้ดำเนินกิจการตลอกทั้งปี ฉะนั้นการทำงบการเงินนั้นก็จะช่วยให้เราได้เห็นตัวเลขต่างๆ เหล่านี้อย่างชัดเจน ซึ่งการที่เรารู้ว่าผลการดำเนินธุรกิจปีนี้มีกำไรหรือขาดทุนเท่าไหร่อย่างไรนั้นมันก็เพื่อที่เราจะได้วางแผนดำเนินการธุรกิจในปีต่อๆ ไปว่าควรจะดำเนินการไปในทิศทางใดนั่นเอง

และที่เราได้กล่าวไปในข้างต้นนั้นก็เป็นเหตุผลสำคัญที่บริษัทหรือกิจการต่างๆ จำเป็นที่จะต้องมีพนักงานงานด้านบัญชีหรือถ้ายังไม่สามารถหาได้ เราก็ไปจ้างสำนักงานหรือผู้ที่ รับ ปิด งบ บัญชี ก็ได้เหมือนกัน

 

Read more
  • Published in Uncategorized
No Comments

การบริหารความเสี่ยงจัดหาจัดซื้อ

Friday, 12 September 2025 by amt admin

โดยทั่วไปปัจจัยความเสี่ยงการจัดหาจัดซื้อมักเกิดจากค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นผลจากความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนหรือการปรับราคาขึ้นอย่างรวดเร็วของผู้จำหน่าย เช่น การอ่อนค่าของเงินดอลล่าร์ที่ส่งผลให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคอเมริกาเหนือมุ่งแหล่งจัดหาในแถบยุโรปซึ่งการลดค่าเงินดอลล่าร์ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อประเทศในภูมิภาคเอเซียโดยเฉพาะประเทศที่มุ่งการส่งออกสินค้าไปยังอเมริกา

ผลจากการป้องกันค่าเงินดอลล่าร์ที่อ่อนตัวลงได้ส่งผลให้เกิดการปรับราคาน้ำมันสูงขึ้นและสร้างปัญหาให้กับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลังงาน ดังนั้นจึงมิอาจกล่าวได้ว่าราคาที่เพิ่มขึ้นผลจากองค์กรดำเนินนโยบายจัดซื้อจากผู้ส่งมอบรายเดียวและผู้บริหารต้องหาเครื่องมือที่จะลด

ความเสี่ยงการจัดหาจัดซื้อ เช่น ความเสี่ยงในอัตราแลกเปลี่ยนสามารถจัดการด้วยการป้องกันความเสี่ยงทางการเงินโดยเฉพาะการสร้างสมดุลการไหลของต้นทุนหรือรายรับจากการลงทุนแต่ละภูมิภาคเพื่อสร้างความยืดหยุ่นในกำลังการผลิตทั่วโลก

ดังเช่นกลยุทธ์การผลิตแบบโตโยต้าที่มีนโยบายให้โรงงานแต่ละภูมิภาคดำเนินการผลิตเพื่อป้อนให้กับตลาดท้องถิ่นและรับบริการจากตลาดท้องถิ่นทำให้โตโยต้าสามารถปรับกระบวนทัศน์การผลิตหากเกิดความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยน

ส่วนการปรับขึ้นราคาของผู้ส่งมอบอาจบรรเทาปัญหาด้วยหลายแนวทาง เช่น การทำสัญญาระยะยาวการจัดหาผู้ส่งมอบรายใหม่และการสต็อกเผื่อในรายการที่จำเป็นแต่การการวางแผนจัดซื้อระยะยาวมักเกิดความเสี่ยงที่จะกระทบต่อผลการดำเนินงาน หากราคาที่เคยตกลงไว้มีการปรับลดลงภายหลังซึ่งส่งผลให้เกิดการขาดทุนอย่างการทำสัญญาซื้อน้ำมันที่ราคา 140 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลเป็นระยะเวลา 2 ปีของสายการบินแห่งหนึ่งและราคาน้ำมันเกิดการปรับลดต่ำกว่า 40 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรลส่งผลให้สายการบินดังกล่าวไม่สามารถแข่งขันกับสายการบินอื่นและกำลังอยู่สภาพใกล้ล้มละลาย

 

สำหรับการทำสัญญากับผู้ส่งมอบรายอื่นจะเกิดประสิทธิผลเมื่อองค์กรสามารถรักษาระดับการผลิตเฉกเช่นโตโยต้าที่มุ่งความประหยัดจากขนาดระดับท้องถิ่นด้วยการจัดหาผู้ส่งมอบรายเดียวแต่ได้รับการสนับสนุนจากผู้ส่งมอบทั่วโลกเพื่อให้เกิดความได้เปรียบในการจัดซื้อแต่ผู้ผลิตบางรายอาจใช้ผู้ส่งมอบหลายรายแม้ว่าจะไม่เกิดความประหยัดจากขนาดก็ตามโดยมุ่งตรวจติดตามเพื่อประเมินและเทียบเคียงผลงานระหว่างผู้ส่งมอบ

 

สำหรับประเด็นการควบคุมสต็อกแบบทันเวลาพอดีเริ่มพูดถึงกันมากหลังเกิดเหตุการณ์ 911 แนวทางแก้ปัญหาที่เป็นไปได้ คือ การสร้างระบบสินค้าคงคลังเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งการเติมเต็มในสถานการณ์ปกติ และสินค้าคงคลังเชิงกลยุทธ์ฉุกเฉิน อย่าง

โรงพยาบาลที่เก็บยาสำคัญบางตัวไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉินแต่การลดความเสี่ยงสินค้าคงคลังไม่ใช่เรื่องง่ายโดยเฉพาะสิ่งที่ต้องให้ความสนใจ คือ การเติมเต็มสินค้าตามอุปสงค์ลูกค้าซึ่งเป็นประเด็นที่ผู้บริหารจะต้องหาแนวทางป้องกันความผันผวนที่จะส่ง

ผลกระทบต่อการเติมเต็มอุปสงค์นั่นคือ การใช้กลยุทธ์ป้องกันความเสี่ยงด้วยการรวมสินค้าคงคลัง (Inventory Pool) เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการส่งมอบที่ส่งผลให้เกิดปัญหาของขาดและการใช้ผู้ส่งมอบมากกว่าหนึ่งรายเพื่อลดความสูญเสียเมื่อผู้ส่งมอบไม่สามารถจัดหาของได้ทันเวลา ด้วยเหตุนี้อินเทอร์เน็ตจึงมีบทบาทสนับสนุนการป้องกันความเสี่ยงนั่นคือ การแบ่งปันข้อมูลอย่างรวดเร็วทางออนไลน์เพื่อให้คู่ค้าระดับปลายน้ำสามารถใช้ข้อมูลในการวางแผนนอกจากนี้ยังสนับสนุนผู้สั่งซื้อเพื่อสืบค้นข้อมูลแหล่งจัดหาปัจจัยการผลิตจากตลาดทั่วโลก

 

การเชื่อมโยงห่วงโซ่คุณค่าระหว่างคู่ค้า

 

แต่ปัญหาที่ภาคธุรกิจส่วนใหญ่ประสบคือ การสต็อกมากเกินความจำเป็นซึ่งส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานโดยเฉพาะปัญหาการเสื่อมสภาพของสินค้าอย่างสินค้าประเภทเทคโนโลยี เช่น อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ที่มีระยะการสต็อกราว 3-4 เดือน หากจัดเก็บสต็อกนานกว่าระยะเวลาดังกล่าวก็จะส่งผลให้เกิดผลการขาดทุนจากต้นทุนการจัดเก็บและการลดลงของราคาสินค้า นอกจากนี้ความหลากหลายประเภทสินค้าเพื่อมุ่งตอบสนองให้กลุ่มลูกค้าตามคำสั่งซื้อได้ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงมากขึ้นอย่างกรณีผู้ผลิตอุปกรณ์เครือข่ายระบบสื่อสาร (Network Equipment) รายใหญ่ใช้กลยุทธ์ว่าจ้างผู้ผลิตภายนอก (Outsourcing)

 

ทำให้ลดความสูญเปล่าการจัดเก็บสต็อก หรือกรณีผู้ผลิตคอมพิวเตอร์หลายรายได้สั่งซื้อชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภูมิภาคอื่นที่มีต้นทุนแรงงานถูกกว่ากลยุทธ์ดังกล่าวถูกนำไปใช้อย่างแพร่หลายในองค์กรข้ามชาติที่มุ่งสร้างความสามารถการแข่งขันจากฐานการผลิตภูมิภาคอื่น ดังนั้นผู้บริหารสามารถบรรเทาปัญหาด้วยทางเลือกหลายแนวทาง ดังเช่น การใช้ชิ้นส่วนมาตรฐานร่วมกัน (Common Part) และกลยุทธ์เลื่อนเวลา (Postponing) เพื่อชะลอการประกอบขั้นสุดท้ายจนกว่าได้รับคำสั่งซื้ออย่างกรณี

Hewlett-Packard (HP) ซึ่งมีโรงงานตั้งอยู่ที่เมืองแวนคูเวอร์ ประเทศแคนาดาและมลรัฐวอชิงตันสหรัฐอเมริกาดำเนินกลยุทธ์การเลื่อนเวลาทางรูปแบบสินค้า (Form Postponement) โดยสินค้าที่ผลิตเพื่อส่งมอบให้ลูกค้าแต่ละถูมิภาคจะมีมาตรฐานอุปกรณ์เชื่อมต่อ อย่าง สายไฟ เครื่องแปลงไฟและฉลากคำแนะนำต่างกัน ดังนั้น HP จึงชะลอการประกอบขั้นสุดท้ายด้วยการสต็อกชิ้นส่วนมีมาตรฐาน สายไฟ และเครื่องแปลงไฟที่ศูนย์กระจายสินค้าภูมิภาค (Regional Distribution Center) เพื่อตอบสนองอุปสงค์ให้ลูกค้าแต่ละภูมิภาคเมื่อทราบอุปสงค์แท้จริงหรือได้รับคำสั่งซื้อ

Read more
  • Published in Uncategorized
No Comments

การวางระบบบัญชีในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

Thursday, 07 February 2019 by amt admin

การบัญชีขนาดธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

          ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน รัฐบาลได้ส่งเสริมธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีจำนวนมาก และมีส่วนในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยิ่ง ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีบทบาทในธุรกิจของไทย มาตั้งแต่ในอดีตและเป็นที่รู้จักของคนไทยมาตลอด หลังจากภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจรุนแรงนับตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา ธุรกิจขนาดใหญ่มาประกอบการโดยแข่งขันกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่งผลให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ไม่สามารถดำเนินการทางธุรกิจได้และมีอันล้มเลิกไปจำนวนมาก ต่อมารัฐบาลจึงมาการออกนโยบายและมาตรการกอบกู้วิกฤตเศรษฐกิจหลากหลายมาตรการ โดยมาตรการหนึ่งที่มีผลทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นคือ การส่งเสริม ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เมื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจัดตั้งส่วนหนึ่งที่สำคัญในการดำเนินงาน คือ ระบบบัญชีของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ที่สามารถทำให้ธุรกิจดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและมีความ
คล่องตัวรวมถึงการควบคุมภายในของธุรกิจเพื่อป้องกันการทุจริต

          เนื่องจากธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมบางส่วนจะอยู่ในฐานนิติบุคคล ดังนั้นจึงต้องมีการเกี่ยวข้องกับ การเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล ซึ่งเป็นภาษีที่จัดเก็บจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของกิจการ ที่สถานะเป็นนิติ บุคคลตามกฎหมาย ยกเว้นกิจการที่ได้รับการส่งเสริม เป็นเจ้าของสถานประกอบการประเภทธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมจึงควรให้ความสำคัญ และความสนใจในเรื่องการเสียภาษี และการบัญชีที่ต้องดำเนินการจัดทำ ให้ถูกต้องตามรูปแบบที่กำหนด

องค์ประกอบการจัดทำบัญชีในธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

1. เอกสารที่บันทึกบัญชี

1.1 แบบฟอร์มเอกสารทางบัญชีที่เกี่ยวข้องและใช้งานประจำวันของธุรกิจใบสำคัญจ่าย ใบกำกับสินค้า ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน เป็นต้น
1.2 สมุดบันทึกบัญชีเบื้องต้น เช่น สมุดเงินสดรับ สมุดเงินสดจ่าย สมุดรายวันซื้อ สมุดรายวันขาย สมุดรายวันทั่วไป เป็นต้น
1.3 บัญชีแยกประเภททั่วไป บัญชีสินทรัพย์ บัญชีหนี้สิน บัญชีทุน บัญชีรายได้และบัญชีค่าใช้จ่าย
1.4 รายงานต่าง ๆ หรืองบการเงินที่เสนอต่อผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น เจ้าหนี้ เช่น รายงานยอดขายและค่าใช้จ่าย งบประมาณแต่ละแผนก งบการเงิน ได้แก่ งบกำไรขาดทุน งบดุล งบกระแสเงินสด

2. ขั้นตอนในการใช้แบบฟอร์ม แต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น ฝ่ายขายฝ่ายการเงิน
ฝ่ายบัญชี เป็นต้น

3. เครื่องใช้สำนักงานและเครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยในการจัดทำเอกสารและรายงานต่าง ๆ และทันเวลา เครื่องใช้สำนักงานที่ใช้ได้แก่ เครื่องถ่ายเอกสาร เครื่องคิดเลข เครื่องพิมพ์ดีดเครื่องบันทึกการเก็บเงินและ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำโปรแกรมบัญชีสำเร็จรูปมาใช้

ระบบบัญชีมีส่วนช่วยทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการดำเนินงานที่ดี มีความคล่องตัว ลดค่าใช้จ่าย มีการควบคุมภายในที่ดีและป้องกันการทุจริตที่เกิดขึ้นได้ ซึ่งใช้จ่ายบางรายการก็ถือเป็นค่าใช้จ่าย ได้และบางรายการไม่สามารถนำมาคำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการตามประมวลรัษฎากรของกรมสรรพกร ที่เจ้าของสถานประกอบการควรตระหนักและศึกษาอย่างเข้าใจเพื่อการนำไปปฏิบัติให้ถูกต้องต่อไป เช่น

ค่ารับรองที่เป็นรายจ่ายได้ : ค่ารับรองที่นำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ แม้จะมีหลักฐานแล้วก็ตามจะต้องไม่เกิน 0.3% ของยอดขายหรือทุนที่ชำระ แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า
รายจ่ายเพื่อการกุศล การศึกษา และการกีฬา : นำมาเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ แต่ต้องเป็นไปตามที่อธิบดีกำหนด
1. รายจ่ายเพื่อการกุศลสาธารณะไม่เกิน 2/102 ของกำไรสุทธิ
2. รายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ไม่เกิน 2/102 ของกำไรสุทธิ
กรณีที่มีรายจ่ายเพื่อการกุศลสาธาณะ และรายจ่ายเพื่อการศึกษาหรือเพื่อการกีฬา ไม่เกิน 2/104 ของกำไรสุทธิ

ผลขาดทุน : ผลขาดทุนที่สามารถยกมาเป็นรายจ่ายได้จะต้องเป็นผลขาดทุนสะสมที่ยกมาไม่เกิน 5 ปี
การนำส่งภาษี : ใช้แบบ ภ.ง.ด.50 (นิติบุคคลทั่วไป) , ภ.ง.ด.55 ( มูลนิธิและสมาคม ) นำ ยื่นภายใน 150 วัน นับจากวันสุดท้ายของวันสิ้นสุดรอบระยะบัญชี

ที่มา : www.ckec.ac.th

 

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

การกำกับดูเเลกิจการ (Corporate Governance :CG)

Saturday, 05 January 2019 by amt admin

การกำกับดูแลกิจการ “CG” คืออะไร 

คำว่า “การกำกับดูแลกิจการ” มีชื่อเรียกอื่นที่อาจได้ยินในบริบทต่าง ๆ เช่น ธรรมาภิบาล บรรษัทภิบาล หรือ Corporate Governance หรือ CG ซึ่งอาจพูดรวม ๆ มีความทำนองเดียวกันว่า หมายถึง การบริหารจัดการบริษัทที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ในกรณีของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ จะเห็นความสำคัญของ CG ได้อย่างชัดเจน เนื่องจากประชาชนจำนวนมากซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นไม่สามารถเข้าร่วมบริหารจัดการบริษัทได้อย่างใกล้ชิด จึงต้องแต่งตั้งบุคคลที่ไว้วางใจให้เป็นกรรมการเพื่อเข้าไปควบคุมดูแลผู้บริหารบริษัทอีกทอดหนึ่ง การที่จะเกิดความมั่นใจและไว้วางใจกันเป็นทอด ๆ เช่นนี้ได้ ก็จะต้องมีการกำกับดูแลกิจการที่ดี กล่าวคือ กรรมการต้องทำหน้าที่เพื่อรักษาผลประโยชน์ของบริษัท และผู้ถือหุ้นอย่างเต็มที่ ไม่ใช้ตำแหน่งในการหาประโยชน์หรือฉวยโอกาสจากบริษัท ดูแลผู้บริหารและฝ่ายจัดการให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้ถือหุ้นได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับเงินลงทุนที่ใส่เข้ามาในบริษัท ในขณะเดียวกันก็ต้องให้สิทธิผู้ถือหุ้นรับทราบข้อมูลของบริษัท ตัดสินใจในเรื่องสำคัญ รวมถึงตรวจสอบการทำงานของกรรมการและผู้บริหาร

​

 graphic_web-16_jpg.jpg
ความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการ
การที่บริษัทมีการกำกับดูแลกิจการย่อมส่งผลดีทั้งกับบริษัท และกับตลาดทุนโดยรวม ดังนี้
ประโยชน์ต่อบริษัท ได้แก่ สามารถระดมทุนได้ด้วยต้นทุนที่เหมาะสม  การมีต้นทุนการเงินที่เหมาะสม ช่วยลดต้นทุนการผลิตทำให้สามารถแข่งขันได้
ประโยชน์ต่อตลาดทุนโดยรวม ได้แก่ สร้างความเชื่อมั่น เพิ่มความต้องการซื้อ เพิ่มสภาพคล่อง และระดับราคา ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการระดมทุนของบริษัท
 
มาตรฐานสากลด้านการกำกับดูแลกิจการ
มาตรฐานสากลด้านการกำกับดูแลกิจการ ซึ่งใช้เป็นบรรทัดฐานในหลายประเทศ คือ OECD Principles of CorporateGovernance  และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญและประโยชน์ของการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยในปี 2549 ได้เสนอหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีให้แก่บริษัทจดทะเบียน ซึ่งเทียบเคียงกับหลักการกำกับดูแลกิจการของ OECD ซึ่งต่อมาได้มีการปรับปรุงอีกครั้งในปี 2555 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีของอาเซียน (ASEAN Corporate Governance Scorecard) โดยมีเนื้อหาแบ่งออกเป็น 5 หมวด ดังนี้
1.   สิทธิของผู้ถือหุ้น
หลักการ: ผู้ถือหุ้นมีสิทธิในความเป็นเจ้าของโดยควบคุมบริษัทผ่านการแต่งตั้งคณะกรรมการให้ทำหน้าที่แทนตนและมีสิทธิในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของบริษัท บริษัทจึงควรส่งเสริมให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิของตน
2.   การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน
หลักการ: ผู้ถือหุ้นทุกราย ทั้งผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้นที่ไม่เป็นผู้บริหาร รวมทั้งผู้ถือหุ้นต่างชาติ ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันและเป็นธรรม ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยที่ถูกละเมิดสิทธิควรมีโอกาสได้รับการชดเชย
3.   บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย
หลักการ: ผู้มีส่วนได้เสียควรได้รับการดูแลจากบริษัทตามสิทธิที่มีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการควรพิจารณาให้มีกระบวนการส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทกับผู้มีส่วนได้เสียในการสร้างความมั่งคั่ง ความมั่นคงทางการเงินและความยั่งยืนของกิจการ
4.   การเปิดเผยข้อมูลที่โปร่งใส
หลักการ: คณะกรรมการควรดูแลให้บริษัทเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา โปร่งใส ผ่านช่องทางที่เข้าถึงข้อมูลได้ง่าย มีความเท่าเทียมกันและน่าเชื่อถือ
5.   ความรับผิดชอบของกรรมการ
หลักการ: คณะกรรมการมีบทบาทสำคัญในการกำกับดูแลกิจการเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท คณะกรรมการมีความรับผิดชอบต่อผลการปฏิบัติหน้าที่ต่อผู้ถือหุ้นและเป็นอิสระจากฝ่ายจัดการ
การประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการ
ตลาดทุนไทยถูกประเมินด้านการกำกับดูแลกิจการโดยหลายหน่วยงานต่างประเทศ เช่น โครงการ CG-Rosc โดย World Bank CG Watch โดย Asian corporate Governance Association ร่วมกับ CLSA  Asia-Pacific Markets  ซึ่งผลการประเมินแสดงให้เห็นว่า ตลาดทุนไทยเป็นผู้นำของภูมิภาคและประสบความสำเร็จอย่างสูงด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียน เนื่องจากมีการยกระดับมาตรฐานต่าง ๆ ด้วยการแก้ไขกฎหมาย กฎเกณฑ์ และแนวปฏิบัติ รวมถึงการกำกับดูแลที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น
นอกจากนี้ การประเมินการกำกับดูแลกิจการรายบริษัทจดทะเบียนโดยหน่วยงานภายในประเทศ ได้ช่วยทำให้เกิดพัฒนาการของบริษัทจดทะเบียนในการปรับปรุงการกำกับดูแลกิจการให้เป็นมาตรฐานสากล เช่น โครงการการกำกับดูแลบริษัทจดทะเบียน (CGR) โดยสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย โครงการประเมินคุณภาพการจัดประชุมผู้ถือหุ้น โดยสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย เป็นต้น
นอกจากนี้ หลังจากมีการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)  ซึ่งก่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่าง ๆ รวมถึงด้านตลาดทุน ก.ล.ต. อาเซียน หรือ ASEAN Capital Market Forum เรียกกันสั้น ๆ ว่า ACMF ได้จัดทำแผนปฏิบัติการเพื่อเชื่อมโยงตลาดทุนอาเซียน โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อร่วมกันกำหนดกฎเกณฑ์ระเบียบและมาตรฐานกลางของตลาดทุนในกลุ่มอาเซียน ซึ่งรวมถึงการยกระดับการกำกับดูแลกิจการ (“CG”) ของบริษัทจดทะเบียนในอาเซียนให้ทัดเทียมกับสากลด้วย  ดังนั้น ACMF จึงได้เริ่มดำเนินโครงการประเมินการกำกับดูแลกิจการของบริษัทจดทะเบียนในภูมิภาคอาเซียนหรือ ASEAN CG Scorecard บริษัทจดทะเบียน เพื่อให้ผู้ลงทุนต่างประเทศมีข้อมูลเกี่ยวกับ CG ของบริษัทในอาเซียนประกอบการตัดสินใจลงทุน

ที่มา :  http://www.cgthailand.org/TH/principles/CG/Pages/cg-concept.aspx

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

การบริหารจัดการความเสี่ยง (ERM และ COSO)

Saturday, 05 January 2019 by amt admin

การบริหารจัดการความเสี่ยง (ERM และ COSO)

การบริหารความเสี่ยงระดับองค์กร (Enterprise Risk Management) หมายถึง กระบวนการที่บุคลากรทั่วทั้งองค์กรได้มีส่วนร่วมในการคิด วิเคราะห์ และคาดการณ์ถึงเหตุการณ์ หรือความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น รวมทั้งการระบุแนวทางในการจัดการกับความเสี่ยงดังกล่าว ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมหรือยอมรับได้ เพื่อช่วยให้องค์กรบรรลุในวัตถุประสงค์ที่ต้องการ ตามกรอบวิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

               กรอบการบริหารความเสี่ยงองค์กรนั้น สามารถสะท้อนให้เห็นถึงนโยบายการบริหารจัดการ และการกำกับดูแลกิจการของแต่ละองค์กร โดยหากองค์กรมีการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ จะส่งผลให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์องค์กร ทั้งในเชิงประสิทธิภาพและประสิทธิผลของงาน
               การบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐาน COSO ประกอบด้วยองค์ประกอบ 8 ประการ ซึ่งครอบคลุมแนวทางการกำหนดนโยบายการบริหารงาน การดำเนินงาน และการบริหารความเสี่ยง ดังนี้
  1. สภาพแวดล้อมภายในองค์กร (Internal Environment)                                                                                                  สภาพแวดล้อมขององค์กรเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ ในการกำหนดกรอบบริหารความเสี่ยง ประกอบด้วยปัจจัยหลายประการ เช่น วัฒนธรรมองค์กร นโยบายของผู้บริหาร แนวทางการปฏิบัติงานบุคลากร กระบวนการทำงาน ระบบสารสนเทศ ระเบียบ เป็นต้น  สภาพแวดล้อมภายในองค์กรประกอบเป็นพื้นฐานสำคัญในการกำหนดทิศทางของกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์ก
  2. การกำหนดวัตถุประสงค์ (Objective Setting)                                                                                                                  องค์กรต้องพิจารณากำหนดวัตถุประสงค์ในการบริหารความเสี่ยง ให้มีความสอดคล้องกับกลยุทธ์และ    ความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้ เพื่อวางเป้าหมายในการบริหารความเสี่ยงขององค์กรได้อย่างชัดเจน                และเหมาะสม
  3. การบ่งชี้เหตุการณ์ (Event Identification)                                                                                                                      เป็นการรวบรวมเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับหน่วยงาน ทั้งในส่วนของปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากภายในและภายนอกองค์กร เช่น นโยบายบริหารงาน บุคลากร การปฏิบัติงาน การเงิน ระบบสารสนเทศ ระเบียบ กฎหมาย ระบบบัญชี ภาษีอากร ทั้งนี้เพื่อทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์และสถานการณ์นั้น เพื่อให้ผู้บริหารสามารถพิจารณากำหนดแนวทางและนโยบายในการจัดการกับความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นอย่างดี
  4. การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)                                                                                                                     การประเมินความเสี่ยงเป็นการจำแนกและพิจารณาจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่มีอยู่ โดยการประเมินจากโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และผลกระทบ (Impact) โดยสามารถประเมินความเสี่ยงได้ทั้งจากปัจจัยความเสี่ยงภายนอกและปัจจัยความเสี่ยงภายในองค์กร
  5. การตอบสนองความเสี่ยง (Risk Response)                                                                                                                     เป็นการดำเนินการหลังจากที่องค์กรสามารถบ่งชี้ความเสี่ยงขององค์กร และประเมินความสำคัญของความเสี่ยงแล้ว โดยจะต้องนำความเสี่ยงไปดำเนินการตอบสนองด้วยวิธีการที่เหมาะสม เพื่อลดความสูญเสียหรือโอกาสที่จะเกิดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้
  6. กิจกรรมการควบคุม (Control Activities)                                                                                                                         การกำหนดกิจกรรมและการปฏิบัติต่างๆ ที่กระทำเพื่อลดความเสี่ยง และทำให้การดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร เช่น การกำหนดกระบวนการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการความเสี่ยงให้กับบุคลากรภายในองค์กร  เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจว่าจะสามารถจัดการกับความเสี่ยงนั้นได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนด
  7. สารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication)                                                                                 องค์กรจะต้องมีระบบสารสนเทศและการติดต่อสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพราะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำไปพิจารณาดำเนินการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามกรอบ และขั้นตอนการปฏิบัติที่องค์กรกำหนด
  8. การติดตามประเมินผล (Monitoring)                                                                                                                               องค์กรจะต้องมีการติดตามผล  เพื่อให้ทราบถึงผลการดำเนินการว่ามีความเหมาะสมและสามารถจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่

ที่มา : http://ermthailand.blogspot.com/p/erm-coso.html

 

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

เตรียมความพร้อม IPO อย่างไร?

Monday, 24 December 2018 by amt admin

เมื่อบริษัทตัดสินใจจะ IPO สิ่งที่ต้องรู้และวิธีการเตรียมตัวมีอะไรบ้าง หากตัดสินใจแล้วว่าจะนำบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ สิ่งที่ต้องเตรียมตัว สามารถสรุปได้ดังนี้

1. การแปลงงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด

โดยปกติงบการเงินที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มักจะเป็นงบการเงินภายใต้สำหรับมาตรฐานการรายงานทางการเงินสำหรับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียสาธารณะ หรือขอเรียกง่ายๆว่า งบการเงินชุดเล็ก แต่การที่จะเข้าไปอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นั้น จะต้องทำการปรับปรุงงบการเงินให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯกำหนด หรือให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน หรือขอเรียกง่ายๆว่า งบการเงินชุดใหญ่ ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างงบการเงินชุดเล็ก และชุดใหญ่ จะแตกต่างกันในหลายๆประเด็น ยกตัวอย่างเช่น การบันทึกรายการภาษีเงินได้ ผลประโยชน์พนักงาน หรือสำรองต่างๆ เป็นต้น

2. จัดให้มีระบบการควบคุมภายใน

การที่วางระบบภายในที่ดี ถือเป็นสิ่งที่สำคัญต่อองค์กร เพราะจะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น แม้ว่าบริษัทนั้นจะอยู่ในหรือนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ แต่เมื่อใดก็ตามที่บริษัทต้องการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบบการควบคุมภายในของบริษัทยิิ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ เพราะหากมีการวางระบบไม่ดี อาจส่งผลเสียต่อผู้ถือหุ้นอย่างเป็นวงกว้างได้

3. จัดหาตัวช่วยที่เหมาะสม

เพื่อให้การดำเนินการการเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นเรื่องไม่ปวดหัวมากนัก การได้ผู้ช่วยที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ที่ปรึกษาทางการเงิน ผู้วางระบบการควบคุมภายใน ผู้ตรวจสอบบัญชีที่ได้รับการรับรองจากตลาดหลักทรัพย์ และสรรหาคณะกรรมการตรวจสอบของบริษัท

4. จัดโครงสร้างการถือหุ้นและธุรกิจให้ชัดเจน 

การจัดโครงสร้างการถือหุ้น และธุรกิจให้ชัดเจน ทำเพื่อประโยชน์ต่อผู้ลงทุน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการลงทุนในบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จะมีความโปร่งใส ไม่เอื้อต่อบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นใหญ่ ไม่เกิดผลประโยชน์ทับซ้อน (Conflict of interest) ซึ่งการจัดโครงสร้างการถือหุ้น มักจะต้องได้รับคำปรึกษาจากที่ปรึกษาทางการเงิน

5. เตรียมความพร้อม กรรมการ ผู้บริหาร และ CFO

เนื่องจากการที่จะเป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือ CFO ของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้นั้น ต้องเป็นผู้ที่มีความเพียบพร้อมตามหลักเกณฑ์ที่ได้มีการกำหนดไว้ เช่น CFO ต้องผ่านการอบรมพัฒนาความรู้ต่อเนื่องด้านบัญชี 6 ชั่วโมงต่อปี และมีประสบการณ์ด้านการบัญชี หรือการเงิน 3 ปี ใน 5 ปีล่าสุด หรือด้านใดๆที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการดำเนินกิจการ 5 ปี ใน 7 ปีล่าสุด เป็นต้น

6. สรรหาผู้ประสานงาน

สรรหาผู้ประสานงาน ไม่ว่าจะเป็นเลขาธิการของบริษัท, นักลงทุนสัมพันธ์ หรือผู้ติดต่อหลัก

หากดำเนินการตามขั้นตอนข้างต้น และมีการวางแผนที่ดีแล้ว การเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ

ที่มา : http://www.asiasmartconsulting.co.th

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

ประโยชน์จากการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร

Monday, 24 December 2018 by amt admin

ประโยชน์จากการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
การบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กรตามกรอบ COSO -ERM version 2017 ไม่ใช่เป็นเครื่องมือการจัดการเพื่อสนับสนุนให้การดาเนินงานบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กรดังนี้
1. เพิ่มการไขว้คว้าโอกาส เพื่อสร้างคุณค่าให้เพิ่มขึ้นในองค์กร โดยจะพิจารณามุมมองเชิงบวกและลบอย่างสมเหตุสมผล ทาให้เกิดความมั่นใจเพื่อตัดสินใจเชิงรุกเพื่อออกผลิตภัณฑ์บริการแก่ลูกค้าได้ก่อนคู่แข่ง
2. สามารถระบุและจัดการความเสี่ยง ได้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร เพราะพฤติกรรมของปัจจัยเสี่ยง ไม่ได้กระทบต่อส่วนงานใดส่วนหนึ่ง หรือกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งเท่านั้น แต่จะกระทบเป็นมุมกว้าง และเป็นลูกโซ่ การรู้และเข้าใจพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจะช่วยทราบสาเหตุและจัดการที่ต้นเหตุ (root clause) ที่แท้จริง ทาให้เกิดประสิทธิภาพการจัดการได้มากกวาการบริหารความเสี่ยงในรูปแบบเดิม
3. ช่วยเพิ่มประสิทธิผล ลดผลกระทบเชิงลบจากเหตุการณ์ไม่คาดหวัง(Unexpected events) จากการมีประสิทธิภาพในการระบุและประเมินระดับความเสี่ยงได้ถูกต้องแม่นยาขึ้น นาไปสู่การตอบสนองและตัดสินใจที่มีความสมเหตุสมผลมากขึ้น ทาให้ลดหรือควบคุมความสูนเสีย จากเหตุการณ์ไม่คาดหวัง ลดค่าใช้จ่ายในการควบคุมกิจกรรมที่ไม่ควรจะควบคุม และเพิ่มกาไรจากการมีมาตรการเชิงรุกหรืออกผลิตภัณฑ์ใหม่เสนอลูกค้าจากการไขว้คว้าโอกาสต่างๆ
4. ช่วยลดการดาเนินงานที่จะเบี่ยงเบนจากเป้าหมาย เนื่องจากจะมีการควบคุม ป้องกัน เหตุการณ์ที่ไม่คาดหวังได้ ทาให้การดาเนินงานอยู่ภายใต้กรอบการคาดหมาย โดยไม่จาเป็นต้องขจัดปัจจัยเสี่ยงให้หมดไป แต่จะเปิดความเสี่ยงและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ขณะเดียวกันจะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจให้มากที่สุด
5. ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดาเนินงาน จากการลดต้นทุนในการจัดการความเสี่ยงได้ จากการระบุ การตอบสนองความเสี่ยง ตามลาดับก่อนหลัง และเลือกวิธีการที่เหมาะสม รวมทั้งการจัดการที่ต้นเหตุของความเสี่ยง ล้วนทาให้การจัดสรรทรัพยากรการจัดการมีประสิทธิภาพมากขึ้น
6. ทาให้องค์กรมีความยืดหยุ่นในการปรับตัว โดยเฉพาะการปรับตัวในระยะยาว และไม่เพียงแต่เพื่อให้องค์กรอยู่รอดเท่านั้น ยังช่วยให้รอดพ้นจากวิกฤติที่ภัยคุกคามสาคัญ(crisis)ด้วย

ที่มา: Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission(COSO).2017. Enterprise Risk Management Integrating with Strategy and Performance Executive Summary. retrieve from https://www.coso.org/Pages/default.aspx. 10/5/2017

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

 

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

การบริหารความเสี่ยงองค์กร (Enterprise Risk Management)

Monday, 17 December 2018 by amt admin

การบริหารความเสี่ยงองค์กร

ประเทศไทยมีการบริหารจัดการหลายภาคส่วน เพื่อพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าในทุกๆด้านเหมือนกับอารยะประเทศ ในการบริหารจัดการทั้งภาครัฐและเอกชน ก็ต้องมีความเสี่ยงองค์กร และเมื่อกล่าวถึง  การบริหารความเสี่ยง  ผู้บริหารองค์กร  เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน  พนักงานทุกคนในองค์กร ควรจะต้องเข้าใจในพื้นฐานของแนวความคิดของการบริหารความเสี่ยงที่ทุกคนในองค์กรต้องทำความเข้าใจร่วมกัน  เพื่อให้การบริหารความเสี่ยงบรรลุเป้าประสงค์ วิสัยทัศน์ และพันธกิจขององค์กร

            นิยามของความเสี่ยง   ความเสี่ยงมีความหมายในหลากหลายแง่มุม เช่น
–      โอกาสที่เกิดขึ้นแล้วธุรกิจจะเกิดความเสียหาย ( Chance of Loss)
–      ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ ( Possibility of Loss)
–      ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น ( Uncertainty of Event)
–      การคลาดเคลื่อนของการคาดการณ์ ( Dispersion of Actual Result)
–      ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด  แต่ความเสี่ยงนั้น ๆ จะมีแนวโน้มที่เกิดขึ้นไม่มากก็น้อยในบริษัท
 ศัพท์ทางเทคนิค ที่เกี่ยวข้อง
–      ภัย ( Peril) คือ สาเหตุของความเสียหาย ซึ่งภัยสามารถเกิดขึ้นได้จากภัยธรรมชาติ เช่น เกิดพายุ สึนามิ น้ำท่วม แผ่นดินไหว เป็นต้น ภัยนอกจากจะเกิดขึ้นได้จากภัยธรรมชาติแล้ว ภัยนั้นยังเกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ เช่น อัคคีภัย จลาจล ฆาตกรรม เป็นต้น สำหรับสาเหตุสุดท้ายที่จะเกิดภัยได้นั้นคือภัยที่เกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจ เพราะภัยที่เกิดจากภาวะเศรษฐกิจ เป็นอีกสาเหตุที่สำคัญ เพราะเมื่อเกิดขึ้นแล้วคนทั้งประเทศ หรือทั้งภูมิภาคจะได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง

–      สภาวะที่จะทำให้เกิดความเสียหาย ( Hazard) คือ สภาพเงื่อนไขที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ ความเสียหายเพิ่มสูงขึ้น โดยสภาวะต่าง ๆ นี้สามารถแบ่งออกได้เป็น สภาวะทางด้านกายภาพ ( Physical) คือ สภาวะของโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย เช่น ชนิดและทำเล  ที่ตั้ง  ของสิ่งปลูกสร้าง อาจเอื้อต่อการเกิดเพลิงไหม้ สภาวะทางด้านศีลธรรม (Moral) คือ สภาวะของโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากความไม่ซื่อสัตย์ต่อหน้าที่การงาน เช่น การฉ้อโกงของพนักงาน และสภาวะด้านจิตสำนึกในการป้องกันความเสี่ยง (Morale) คือ สภาวะที่ไม่ประมาทและเลินเล่อ หรือการไม่เอาใจใส่ในการป้องกันความเสี่ยง เช่น การที่พนักงานปล่อยให้เครื่องจักรทำงานโดยไม่ควบคุม

องค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยง
           การระบุชี้ว่าองค์กรกำลังมีภัย เป็นการระบุชี้ว่าองค์กรมีภัยอะไรบ้างที่มาเผชิญอยู่ และอยู่ในลักษณะใดหรือขอบเขตเป็นอย่างไร นับเป็นขั้นตอนแรกของการบริหารความเสี่ยง
           การประเมินผลกระทบของภัยเป็นการ ประเมินผลกระทบของภัยที่จะมีต่อองค์กรซึ่งอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การประเมินความเสี่ยงที่องค์กรต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยแต่ละชนิดได้ อย่างเหมาะสมมากที่สุด
           การจัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงจากภัยการ จัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงเป็นมาตรการที่จัดเรียงลำดับความสำคัญแล้ว ในการประเมินผลกระทบของภัย มาตรการตอบโต้ที่นิยมใช้เพื่อการรับมือกับภัยแต่ละชนิด อาจจำแนก ดังนี้
–      มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรงของความอันตรายของภัยที่ต้องประสบ
–      มาตรการที่ป้องกันผู้รับภัยมิให้ต้องประสบภัยโดยตรง เช่น
–      ภัยจากการที่ต้องปีนไปในที่สูงก็มีมาตรการป้องกันโดยต้องติดเข็มขัดนิรภัย กันการพลาดพลั้งตกลงมา
–    ภัยจากไอระเหยหรือสารพิษก็ป้องกันโดยออกมาตรการให้สวมหน้ากากป้องกันไอพิษ เป็นต้น
–      มาตรการลดความรุนแรงของสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น กรณีเกิดเพลิงไหม้ในอาคาร
         ได้มีการขจัดและลดความรุนแรง โดยออกแบบตัวอาคารให้มีผนังกันไฟ กันเพลิงไหม้ลุกลามไปยังบริเวณใกล้เคียง และมีการติดตั้งระบบสปริงเกอร์  ก็จะช่วยลดหรือหยุดความรุนแรงของอุบัติภัยลงได้
–      มาตรการกู้ภัยก็เป็นการลดความสูญเสียโดยตรง  ลงได้มาก
–      มาตรการกลับคืนสภาพ   ก็เป็นอีกมาตรการในการลดความเสียหายต่อเนื่องจากภัยหรืออุบัติภัยแต่ละครั้งลงได้
การบริหารความเสี่ยงในองค์กร
          ความสำคัญของการบริหารความเสี่ยง คือ การนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาใช้ในองค์กรจะมีการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้เนื่องจากการบริหารความเสี่ยงเป็นการทำนายอนาคตอย่างมีเหตุผล
           มีหลักการและหาทางลดหรือป้องกันความเสียหายในการทำงานแต่ละขั้นตอนไว้ล่วงหน้า กรณีที่พบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด โอกาสที่จะประสบปัญหาน้อยในขณะที่องค์กรอื่นที่ไม่เคยมีการเตรียมการหรือไม่มีการนำแนวคิดของกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาใช้ เมื่อเกิดสถานการณ์วิกฤตขึ้น องค์กรเหล่านั้นจะประสบกับปัญหาและความเสียหายที่ตามมาโดยยากที่จะแก้ไขดังนั้นการนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาช่วยเสริมร่วมกับการทำงานจะช่วยให้ภาระงานที่ปฏิบัติการอยู่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
           จุดใดที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงกับองค์กร เรื่องการเงินการคลัง การบัญชี การเมือง จะมีผลกระทบ แหล่งที่มาของความเสี่ยงแบ่งเป็น 2 ด้าน ได้แก่ ภายในองค์กร และภายนอกองค์กร
           ภายในองค์กร คือ อย่างเช่นสถานที่ทำงานไม่ปลอดภัย ระบบบัญชีมีส่วนสำคัญมาก  การจะตั้งเป็นสำนักงานเป็นองค์กรต่าง ๆ ระบบการเงิน ระบบบัญชีต้องเป็นที่น่าเชื่อถือ วัฒนธรรมขององค์กร  ต่าง ๆ ระบบการเงิน ระบบบัญชีต้องเป็นที่น่าเชื่อถือ วัฒนธรรมขององค์กรไม่เอื้อต่อการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพการฝึกอบรมพนักงานไม่เพียงพอเนื่องจากสถานการณ์เปลี่ยนต้องมีการพัฒนาบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความสามารถที่ดีขึ้นและเรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ (Conflict of interest)   ขัดผลประโยชน์กันในองค์กรเมื่อไหร่องค์กรนั้นก็จะเสียหาย
           ภายนอกองค์กร การเปลี่ยนแปลงในกฎหมาย การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ กระแสโลกาภิวัฒน์เสถียรภาพทางการเมือง การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภค กระแสสังคม สิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ระบบบริหารความเสี่ยงที่ดี
  1. มีกระบวนการวางแผนและจัดทำเอกสารอย่างเป็นระบบ
  2. คณะดำเนินงานพร้อมที่จะค้นหาและจัดการกับความเสี่ยงที่พบโดยไม่หลบเลี่ยงปัญหา
  3. หลังจากการประเมินความเสี่ยงขั้นต้นแล้วควรจะมีการทำซ้ำอีกตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงเดิม และค้นหาความเสี่ยงใหม่ ๆ อยู่เสมอ
  4. มีหลักเกณฑ์ประเมินที่เป็นมาตรฐานครอบคลุมองค์ประกอบทุกส่วน
  5. มีการจัดทำรายงานผลไว้เป็นลายลักษณ์อักษรและนำเสนอต่อผู้บริหาร
ปัจจัยที่ทำให้การบริหารความเสี่ยงสำเร็จ
  1. เทคโนโลยีและสารสนเทศช่วยในการจัดเก็บข้อมูล การคำนวณต่าง ๆ การส่งถ่ายข้อมูลและสอบกลับได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
  2. การฝึกอบรมบุคลากรในองค์กรให้มีความรู้ความเข้าใจในระบบบริหารความเสี่ยงและตระหนักถึงความสำคัญในการจัดทำระบบ
  3. แรงผลักดันจากผู้บริหาร ผู้บริหารควรตั้งใจทำระบบบริหารความเสี่ยงอย่างจริงจังและให้ความสนับสนุนในทุก ๆ ด้าน
  4. ความร่วมแรงร่วมใจจากบุคลากรทุกคนในทุกระดับขององค์กร
  1.  Take การยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance) การยอมรับให้มีความเสี่ยงเนื่องจากค่าใช้จ่ายในการจัดการหรือสร้างระบบควบคุมอาจมีมูลค่าสูงกว่าผลลัพธ์ที่ได้แต่ควรมีมาตรการติดตามและดูแล เช่น การกำหนดระดับของผลกระทบที่ยอมรับได้ เตรียมแผนการตั้งรับจัดการความเสี่ยง
  2. Treat การลด/การควบคุมความเสี่ยง (Risk Reduction/Control) การออกแบบระบบควบคุม การแก้ไขปรับปรุงการทำงานเพื่อป้องกันหรือ จำกัดผลกระทบ และโอกาสเกิดความเสียหาย เช่น ติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาทักษะวางมาตรการเชิงรุก เป็นต้น
  3. Terminate การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance) การหยุดหรือเปลี่ยนแปลงกิจกรรมที่เป็นความเสี่ยง เช่น งดทำขั้นตอนที่ไม่จำเป็นและจะนำมาซึ่งความเสี่ยง ปรับเปลี่ยนรูปแบบ  การทำงาน ลดขอบเขตการดำเนินการ เป็นต้น
  4. Transfer การกระจาย/โอนความเสี่ยง (Risk sharing/spreading) การกรายทรัพย์สินหรือกระบวนการต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการสูญเสีย เช่นการประกันทรัพย์สินเพื่อโอนความเสี่ยงไปยังบริษัทประกัน การจ้างบริษัทภายนอกให้ทำงานบางส่วนแทน การทำสำเนาเอกสารหลาย ๆ ชุด การกระจายที่เก็บทรัพย์สินมีค่า เป็นต้น
ขั้นตอนของกระบวนการบริหารความเสี่ยง มี 3 ขั้นตอน คือ
  1. จัดให้มีโครงสร้างของการบริหารความเสี่ยง เช่นมีคณะกรรมการรับผิดชอบโดยตรงกำกับดูแลบริหารความเสี่ยงในระดับองค์กรสูงสุดจะมีกรรมการคอยตรวจสอบหน่วยงานในสังกัดได้ดำเนินการตามที่คณะกรรมการกำกับนโยบาย เชื่อมโยงการบริหารความเสี่ยงกับการควบคุมภายในจะเป็นสิ่งที่ลดปัญหาต่าง ๆ ของหน่วยงานได้
  2. การกำหนดขอบเขต/กรอบแนวทางการบริหารความเสี่ยงและวัฒนธรรมองค์กรด้วยการกำหนดนโยบาย วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงรวมทั้งระดับความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับได้เพื่อให้ การบริหารความเสี่ยงเป็นกลยุทธ์ที่ต่อเนื่องและเป็นแบบบูรณาการ
  3. การดำเนินการตามกระบวนการตามกระบวนการบริหารความเสี่ยง 5 ขั้นตอนประกอบด้วยการกำหนด
               วัตถุประสงค์ที่สอดคล้องรองรับวิสัยทัศน์และพันธกิจตามหลักการ SMART    คือ Specific (ชัดเจน) มีการระบุผลตอบแทนหรือผลลัพธ์ที่ต้องการอย่างชัดเจนเพื่อให้ทุกคนเข้าใจได้ Measurable (บรรลุผลได้) สามารถวัดผลและระบุหลักเกณฑ์ของการวัดผลได้ Achievable (บรรลุผลได้) มีความเป็นไปได้ที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ตามสภาพการดำเนินธุรกิจ ระยะเวลา และทรัพยากรที่ได้รับการจัดสรร Realistic (สมเหตุผล) สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ส่วนอื่น ๆ ในองค์กรและสัมพันธ์กับเป้าหมายในระดับที่สูงกว่า Timely (มีการกำหนดเวลา) มีการระบุเวลาที่ชัดเจนต้องการบรรลุวัตถุประสงค์เมื่อไร
               ทั้งนี้ตามแนวทางของ COSO (The Committee of Sponsoring Organization of the Tread way Commission) ซึ่งเป็นคณะทำงานประกอบด้วยผู้แทนจากสถาบันวิชาชีพ 5 แห่งในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้จัดทำ Enterprise Risk Management  Framework สำหรับใช้เป็นแม่แบบในการบริหารความเสี่ยงองค์กรได้แบ่งประเภทของวัตถุประสงค์เป็น 4 ด้าน คือ ด้านกลยุทธ ด้านปฏิบัติการ ด้านการรายงาน ด้านการปฏิบัติตามกฏหมาย
                การระบุความเสี่ยง คือการระบุหรือว่าคาดการณ์เดาเหตุการณ์ที่เป็นเชิงลบซึ่งจะทำให้องค์กรเสียคุณค่าหรือขัดขวางทำให้องค์กรทำงานไม่บรรลุผล สาเหตุไม่ว่าจะเป็นภายในองค์กรควรควบคุมได้ เช่น วัฒนธรรมโครงสร้างองค์กร บุคลากร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ และสถานที่ภายนอก เช่น เศรษฐกิจ การเมือง สิ่งแวดล้อม สามารถแก้ปัญหาได้ถ้ารู้วิธีดำเนินการ เรียกว่าสร้างแบบแผนหรือสร้างแนวกำหนด

ที่มา : นายเผชิญ อุปนันท์

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)

Monday, 17 December 2018 by amt admin

ความเสี่ยง (Risk) 
ความเสี่ยง คือ โอกาสที่จะเกิดความผิดพลาด ความเสียหาย การรั่วไหล ความสูญเปล่า หรือเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้สถานการณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคตและมีผลกระทบหรือทำให้การดำเนินงานไม่ประสบความสำเร็จตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายขององค์กร ทั้งในด้านยุทธศาสตร์ การปฏิบัติงาน การเงินและการบริหาร

การบริหารความเสี่ยง คือ กระบวนการดำเนินงานขององค์กรที่เป็นระบบและต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้องค์กรลดมูลเหตุของแต่ละโอกาสที่จะเกิดความเสียหาย ให้ระดับของความเสียหายและขนาดของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ประเมินได้ ควบคุมได้ และตรวจสอบได้อย่างมีระบบ โดยคำนึงถึงการบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายขององค์กรเป็นสำคัญ

ความเสี่ยงจำแนกได้เป็น 4 ลักษณะ ดังนี้

1) ความเสี่ยงทางด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk : SR)
2) ความเสี่ยงทางด้านการเงิน (Financial Risk : FR)
3) ความเสี่ยงทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Risk : OR)
4) ความเสี่ยงทางด้านกฎหมาย และข้อกำหนดผูกพันองค์กร (Compliance Risk : CR)

 

 

 

ปัจจัยความเสี่ยง (Risk Factor)
ปัจจัยความเสี่ยง หมายถึง ต้นเหตุ หรือสาเหตุที่มาของความเสี่ยง ที่จะทำให้ไม่บรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ โดยต้องระบุได้ด้วยว่าเหตุการณ์นั้นจะเกิดที่ไหน เมื่อใดและจะเกิดขึ้นได้อย่างไรและทำไม ทั้งนี้สาเหตุของความเสี่ยงที่ระบุควรเป็นสาเหตุที่แท้จริง เพื่อจะได้วิเคราะห์และกำหนดมาตรการความเสี่ยง ในภายหลังได้อย่างถูกต้อง

ปัจจัยความเสี่ยงพิจารณาได้จาก

1) ปัจจัยภายนอก เช่น เศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย ฯลฯ
2) ปัจจัยภายใน เช่น กฎระเบียบ ข้อบังคับภายในองค์กร ประสบการณ์ของเจ้าหน้าที่ ระบบการทำงาน ฯลฯ

 

 

 

การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
การประเมินความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์ความเสี่ยงและจัดลำดับความเสี่ยง โดยการประเมินจากโอกาสที่จะเกิด (Likelihood) และผลกระทบ (Impact)

1) โอกาสที่จะเกิด (Likelihood) หมายถึง ความถี่หรือโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ ความเสี่ยง
2) ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ขนาดความรุนแรงของความเสียหายที่จะเกิดขึ้นหากเกิด เหตุการณ์ความเสี่ยง
3) ระดับของความเสี่ยง (Degree of Risk) หมายถึง สถานะของความเสี่ยงที่ได้จากประเมินโอกาสและผลกระทบของแต่ละปัจจัยเสี่ยงแบ่งเป็น 5 ระดับ คือ สูงมาก สูง ปานกลาง น้อย และน้อยมาก

 

 

การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
การบริหารความเสี่ยง หมายถึง กระบวนการที่ใช้ในการบริหารจัดการให้โอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์ความเสี่ยงลดลงหรือผลกระทบของความเสียหายจากเหตุการณ์ความเสี่ยงลดลงอยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้ ซึ่งการจัดการความเสี่ยงมีหลายวิธีดังนี้

1) การยอมรับความเสี่ยง (Risk Acceptance) เป็นการยอมรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้น เนื่องจากไม่คุ้มค่า ในการจัดการควบคุมหรือป้องกันความเสี่ยง
2) การลด/การควบคุมความเสี่ยง (Risk Reduction) เป็นการปรับปรุงระบบการทำงานหรือการออกแบบวิธีการทำงานใหม่เพื่อลดโอกาสที่จะเกิด หรือลดผลกระทบให้อยู่ในระดับที่องค์กรยอมรับได้
3) การกระจายความเสี่ยง หรือการโอนความเสี่ยง (Risk Sharing) เป็นการกระจายหรือถ่ายโอนความเสี่ยงให้ผู้อื่นช่วยแบ่งความรับผิดชอบไป
4) เลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoidance) เป็นการจัดการความเสี่ยงที่อยู่ในระดับสูงมากและหน่วยงานไม่อาจยอมรับได้ จึงต้องตัดสินใจยกเลิกโครงการ/กิจกรรมนั้น

 

 

การควบคุม (Control)
การควบคุม หมายถึง นโยบาย แนวทาง หรือขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ซึ่งกระทำเพื่อลดความเสี่ยง และทำให้การดำเนินบรรลุวัตถุประสงค์ แบ่งได้ 4 ประเภท คือ

1) การควบคุมเพื่อการป้องกัน (Preventive Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยง และข้อผิดพลาดตั้งแต่แรก
2) การควบคุมเพื่อให้ตรวจพบ (Detective Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อค้นพบข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นแล้ว
3) การควบคุมโดยการชี้แนะ (Directive Control) เป็นวิธีการควบคุมที่ส่งเสริมหรือกระตุ้นให้เกิดความสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
4) การควบคุมเพื่อการแก้ไข (Corrective Control) เป็นวิธีการควบคุมที่กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นให้ถูกต้องหรือเพื่อหาวิธีการแก้ไขไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดซ้ำอีกในอนาคต

 

 

 

 

 

 

ที่มา : http://www.thai-sciencemuseum.com

AMTsolution
วางระบบบัญชี
ที่ปรึกษาบริษัทเตรียมเข้าตลาดฯ
วางระบบบริษัทเตรียม IPO

Read more
  • Published in Knowledge
No Comments
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4

บริษัท สำนักงาน เอ.เอ็ม.ที โซลูชั่น จำกัด
Mobile :  080-9988393
Office : 02-821-6928
Email : info@amtaudit.com
Line : @amtaudit

Link ที่เกี่ยวข้อง

-   สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย(สตท.)

-   สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

-   ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

-   สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย

บริการรับตรวจสอบบัญชี

Copyright © 2023 www.amtsolution.co.th All rights reserved.

TOP });